- เวทีข่าว DAILY

Breaking

Home Top Ad

Post Top Ad ในบทความ


04 กันยายน 2568

'ณัฐพงษ์ ' เผยเสาหลักสำคัญ 5 ข้อในการปฏิรูปการจัดสรรงบประมาณ เพื่อความคุ้มค่าในการใช้เงินจากภาษีประชาชน

วันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2568 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาชน อดีตประธานกรรมาธิการติดตามงบประมาณชุดใหญ่ ได้รายงานผลการพิจารณาศึกษา ระบบงบประมาณไทย: สภาพปัญหาและข้อเสนอเพื่อการปฏิรูป

ก่อนจะเริ่มรายงานผลการศึกษา ณัฐพงษ์ได้ชี้แจงถึงประเด็นที่มีคนให้ข้อมูลว่า “มีคนให้ข้อมูลว่า ผู้นำฝ่ายค้านได้ประสานขอเลื่อนระเบียบวาระในการโหวตนายกรัฐมนตรีออกไป ผมขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และขอให้ประธานได้ดำเนินการตามที่ได้บรรจุในระเบียบวาระไปแล้ว”

“พรุ่งนี้มีการพิจารณากฎหมายหลายฉบับ และมีวาระสำคัญในการโหวตนายกรัฐมนตรี อาจจะพิจารณาดูว่าจะทำอย่างไรให้พวกเราสามารถพิจารณาทุกอย่างได้อย่างครบถ้วน”

จากนั้นจึงได้อธิบายถึงช่วงเวลาวิกฤตที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ว่า “ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ผ่านมา ที่เป็นสถานการณ์สำคัญของประเทศ ผมได้นำเสนอว่า พวกเรามองว่า วิธีในการผ่าทางตัน แก้วิกฤตสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศ คือการเดินหน้าเข้าสู่การยุบสภา รวมถึงการเปิดทางไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” 

“ข้อเสนอทั้ง 2 ข้อหลักนี้ ตามที่ได้เสนอไว้ว่าเป็นการผ่าทางตันวิกฤตการเมืองอย่างไร ข้อเสนอในเล่มรายงานฉบับนี้ ว่าด้วยการปฏิรูประบบงบประมาณ ก็ถือว่าเป็นการผ่าทางตันให้กับระบบราชการไทยฉันนั้น เช่นเดียวกัน”

“นี่เป็นร่างกฎหมายที่เชื่อว่ามีความสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อพ่อแม่พี่น้องชาวไทยทุกคน ที่ทำให้วันนี้อยากจะมารายงานฉบับนี้ด้วยตนเอง”

จากนั้น ณัฐพงษ์ได้กล่าวแสดงความขอบคุณต่อคณะอนุกรรมาธิการ คณะที่ปรึกษา รวมถึงอาจารย์ปกป้อง จันวิทย์ ผู้ที่เป็นบุคคลสำคัญ ในการร่วมจัดทำรายงานฉบับนี้ออกมาเป็นผลสำเร็จ

จากนั้น จึงกล่าวเสริมจากที่สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้กล่าวสรุปไปแล้วถึงเนื้อหาสาระสำคัญที่ประกอบไปด้วย 5 ด้าน โดยได้ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม 5 ประเด็น ดังนี้

ประเด็นแรก คือ ปัญหาระบบงบประมาณที่มีลักษณะแยกส่วน “กระจัดกระจาย ไม่เห็นภาพรวม” ให้กลายเป็นการจัดทำงบประมาณที่มีลักษณะรวมยอด (Consolidated Budget) เพื่อประโยชน์ที่ทำให้สภาผู้แทนราษฎรและประชาชน สาธารณชนสามารถมองเห็นสุขภาพการคลังของประเทศได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเงินในงบประมาณที่อยู่ในฝั่งรัฐบาล หรือสุขภาพทางการคลังอื่นๆ ที่อยู่ในภาครัฐ หรือหน่วยงานของรัฐ  (public sector) เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือกองทุนหมุนเวียนอื่นๆ 

ที่สำคัญ วิธีการงบประมาณที่ดี ต้องทำให้เรามองเห็นงบประมาณในทุกมิติ ไม่ใช่เฉพาะงบประมาณของรายจ่าย คำว่า พ.ร.บ. งบประมาณต่อจากนี้ ในมุมมองของพวกเรา ตามเล่มรายงานฉบับนี้ ควรจะต้องหมายถึง "งบประมาณรายได้ + งบประมาณรายจ่าย + หนี้สาธารณะและภาระการคลังทั้งหมด" ไม่ควรหมายถึงเฉพาะคำว่างบประมาณรายจ่ายประจำปีแบบที่เราพิจารณามาทุกๆ ปี”

“เมื่อรัฐบาลเสนอร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายเข้ามา ก็จะมีชื่อเขียนไว้ชัดว่าเป็น พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีอย่างเดียวเท่านั้น ในมุมมองของพวกเรา การมองเห็นสุขภาพการคลังอย่างรอบด้านในเรื่องของกลไก การถ่วงดุลตรวจสอบ และมีความยึดโยงกับสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา ฝ่ายบริหารควรจะต้องเสนองบประมาณเข้ามาที่ผูกพันกับการประมาณการรายได้ และภาระทางการคลังอื่นของรัฐด้วย 

นอกเหนือจากนี้ เรายังมีเงินนอกงบประมาณอื่นๆ ซึ่งก็คือเงินที่อยู่ในกระเป๋าของหน่วยงานของรัฐอื่นๆ ที่ปัจจุบันพวกเรายังมองไม่เห็น มีจำนวนมากมายมหาศาล ปัจจุบันมีรายจ่ายสูงกว่า 60% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งเป็นสิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรควรต้องตรวจสอบได้อย่างรอบด้าน” 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad

เวทีข่าว DAILY 'เสรีภาพของข่าวสาร'