Type Here to Get Search Results !

AD Top





"นิพนธ์" ขานรับ วัคซีนวาระแห่งชาติ ล่องปัตตานี กำชับส่วนราชการเร่งทำความเข้าใจ ปชช. ลงทะเบียนฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกัน

Mag [Maggazine] 0


"นิพนธ์" ขานรับ วัคซีนวาระแห่งชาติ ล่องปัตตานี กำชับส่วนราชการเร่งทำความเข้าใจ ปชช. ลงทะเบียนฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เข้มมาตรการดูแลนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา
     
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2564 ที่ศาลากลางจังหวัดปัตตานี นายนิพนธ์ บุญญามณี  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมช.มท.) เป็นประธานประชุมติดตามความคืบหน้าการลงทะเบียนฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของจังหวัดปัตตานี  โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุข และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม   
นายนิพนธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า  "หลังรัฐบาลประกาศให้การวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคไวรัสโควิด-19 เป็นวาระแห่งชาติ จึงมาติดตามการเตรียมพร้อมและปรับแผนให้ประชาชนได้เข้าถึงการรับวัคซีนโควิด -19 มากขึ้นและเพียงพอต่อวัคซีนที่รัฐบาลได้จัดสรรไว้ โดยใช้กลไกส่วนท้องถิ่น ตำบล หมู่บ้าน โดยมี อสม. ลงพื้นที่ทำงานเชิงรุกรวบรวมรายเพื่อส่งให้กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นำรายชื่อส่งเข้าระบบส่วนกลาง หรือจัดทำข้อมูลเข้าระบบผ่านไลน์ “หมอพร้อม” หรือพี่น้องประชาชนสามารถ walk-in เข้าไปฉีดได้โดยไม่ต้องลงทะเบียนก็ได้โดยติดต่อโรงพยาบาลใกล้บ้านที่มีประวัติการรักษา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และอสม.ประจำหมู่บ้าน หรือผ่านแอปพลิเคชั่น ที่จังหวัดจัดทำขึ้นในอนาคตเพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนในการเข้าถึงการรับวัคซีนได้โดยสะดวก รวดเร็วมากขึ้น เมื่อรัฐบาลได้รับวัคซีน จะสามารถกระจายวัคซีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ 
 
ทั้งนี้ ขอให้ดูแลบุคคลากรด้านการศึกษาในการเตรียมความพร้อมการเปิดภาคเรียน ทั้งครู บุคลากรด้านอื่นๆของสถานศึกษาเพื่อสร้างความมั่นใจต่อผู้ปกครองว่า บุตรหลานจะไม่เสี่ยงกับเชื้อไวรัสโควิด-19 และขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรทางการแพทย์ อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จิตอาสาทุกท่าน ถือเป็นแนวหน้าในการเผชิญสถานการณ์โควิด-19 ในนามของรัฐบาล ตนขอขอบคุณในความเสียสละของทุกคน
   
“อยากให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า การฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันโควิด-19ไม่มีผลข้างเคียงอันตรายที่รุนแรงใดๆ ผมและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่างฉีดวัคซีนโควิดไปแล้ว ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ สำหรับผมมีเพียงอาการความดันสูงก่อนที่จะฉีดวัคซีนเท่านั้น  ซึ่งหลังฉีดแล้ว ร่างกายแข็งแรงปกติดีทุกอย่าง ไม่มีอาการข้างเคียงอันตรายตามที่มีการหวาดกลัวกัน  ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขรับรองว่า วัคซีนที่ประเทศไทยรับมา ได้คัดสรรมาเป็นอย่างดีเพื่อคนไทย ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขของประเทศ วัคซีนโควิดทุกชนิดสามารถป้องกันและการป่วยรุนแรงของการติดเชื้อและเสียชีวิตได้  ผลข้างเคียงโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก และการฉีดแต่ละครั้งจะมีแพทย์เป็นผู้ประเมินความเหมาะสม เฝ้าดูอาการหลังการฉีด จึงขอให้พี่น้องประชาชนร่วมลงทะเบียนฉีดวัคซีนกันให้มากๆ โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค ขอให้มาลงทะเบียนจองฉีดวัคซีนให้ครบถ้วนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในการสู้กับโรคไวรัสโควิด-19 ไปด้วยกัน อย่างไรก็ตามในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่เป็นด่านหน้าในการปฏิบัติงานนอกจากแพทย์ พยาบาล อสม. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อความพร้อมในการเป็นด่านหน้าในสัดส่วนที่มากแล้วนั้น ยังมีกำนัน ผู้ใหญ่ อีกหลายพื้นที่ที่ถือเป็นด่านหน้าในการปฏิบัติงานเช่นเดียวกัน ควรให้มีการจัดสรรวัคซีนและให้ได้รับอย่างเพียงพอและรวดเร็วเพื่อการปฏิบัติงานที่มีผลสัมฤทธิ์สูงควบคู่กับบุคลากรทางการแพทย์ทั้งนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบชุดป้องกันเชื้อไวรัส (PPE)จำนวน 150 ชุด  และหน้ากากอนามัย 4000 ชิ้น เพื่อนำไปมอบให้กับโรงพยาบาลใช้กับบุคลากรทางการแพทย์ในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด -19 ในจังหวัดปัตตานี เป็นการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ต่อไป

ทั้งนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบชุดป้องกันเชื้อไวรัส (PPE)จำนวน 150 ชุด  และหน้ากากอนามัย 4000 ชิ้น เพื่อนำไปมอบให้กับโรงพยาบาลใช้กับบุคลากรทางการแพทย์ในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด -19 ในจังหวัดปัตตานี เป็นการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 ต่อไป 
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหาการทุจริตส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการภาครัฐ การพัฒนาเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน และการพัฒนาประเทศ รวมถึงภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย ทั้งในแง่การรับรู้ของภาคประชาชน และภาคธุรกิจ รัฐบาลได้ประกาศให้การแก้ไขปัญหาการทุจริตเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้มีการปฏิบัติอย่างจริงจังเป็นรูปธรรม
 
ทุกปี องค์การเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ จะดำเนินการสำรวจสถานการณ์การทุจริตของทุกประเทศทั่วโลก โดยในปีที่ผ่านมาประเทศไทยถูกจัดอันดับปัญหาการทุจริตผ่านดัชนีการรับรู้การทุจริตหรือ คอรัปชั่น เพอเซพชั่น อินเดกซ์ หรือค่าซีพีไอ (CPI) โดยมีค่าคะแนนอยู่ในอันดับที่ 104 จากประเทศที่เข้าร่วมประเมินทั้งหมด 180 ประเทศทั่วโลก
 
นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า  รัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ จึงร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดำเนินการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ด้านการปรับสมดุล และพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ซึ่งยึดหลักภาครัฐ ของประชาชน เพื่อประชาชน และประโยชน์ส่วนรวม เพื่อสร้างภาครัฐให้โปร่งใส ปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ มีการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล และมุ่งสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริต รวมทั้งความละอายต่อการทุจริต ประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ ตลอดจนสร้างจิตสำนึกและค่านิยมในการปฏิเสธไม่ยอมรับการทุจริตอย่างสิ้นเชิง โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน และภาคีต่าง ๆ ร่วมมือกันในการลดและป้องกันการทุจริตให้ได้ผลอย่างยั่งยืน  
โดยได้มีการนำระบบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ หรือที่เรียกว่า ไอทีเอ (ITA) มาใช้ในการยกระดับธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ และองค์กรอิสระ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐนำข้อเสนอแนะที่ได้ไปใช้ในการปรับปรุง พัฒนาการปฏิบัติงาน ให้มีความโปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาด้านการบริหารจัดการภาครัฐของประเทศ   
 
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรียังเชิญชวนคนไทย ทั้งข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกหน่วยงานเข้ามามีส่วนร่วมในการยกระดับความโปร่งใสของประเทศไทยให้มีมาตรฐานในระดับสากล และเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพ และคุณธรรมในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ โดยร่วมกันประเมินหน่วยงานภาครัฐที่เคยติดต่อหรือรับบริการได้ทางเว็บไซต์สำนักงาน หรือทางแอปพลิเคชัน ไอทีเอเอส (ITAS) ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 โดยจะมีการประกาศผลการประเมิน ไอทีเอ ของหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศให้ต่อไป  


ชัช คลอง 5 รายงาน

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น
* Please Don't Spam Here. All the Comments are Reviewed by Admin.

Bottom Post Ad