- เวทีข่าว DAILY

Breaking

Home Top Ad


วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

​จากเหตุการณ์นาทีระทึกเมื่อตำรวจจราจรนาจอมเทียนไหวพริบดีทลายคลังแสง​ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี แสดงไหวพริบปฏิภาณเข้าตรวจสอบรถต้องสงสัยสามารถขยายผลจับกุมชาวต่างชาติพร้อมอาวุธสงครามและวัตถุระเบิดได้เป็นจำนวนมาก ล่าสุด​ "บิ๊กต่าย" พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
กล่าวชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้อย่างเป็นทางการ พร้อมยกเป็นโมเดลตัวอย่างของ "ตำรวจมืออาชีพ"
พร้อมส่ง​  "บิ๊กนพ" พล.ต.ท. นพศิลป์ พูลสวัสดิ์   นักมือสืบมืออาชีพ​ และสอบสวนระดับปรมาจารย์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากการพิชิตคดีซับซ้อนหลายคดีลงพื้นที่ทันที

... ​ถอดรหัสวินาทีจับกุมจากงานจราจรสู่ภารกิจความมั่นคง​เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่กวดขันวินัยจราจรตามปกติ แต่ด้วยสัญชาตญาณและการสังเกตที่เฉียบคมของเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจ สภ.นาจอมเทียน ที่พบพิรุธจากท่าทีของผู้ขับขี่รถยนต์ชาวต่างชาติรายหนึ่ง จึงได้ตัดสินใจขอเข้าตรวจค้นอย่างละเอียด​สิ่งที่พบน่าตกใจยิ่งกว่า​คือตรวจค้นพบ​อาวุธสงคราม: ปืนยาวอัตโนมัติพร้อมใช้งาน
​วัตถุระเบิด: ระเบิดแสวงเครื่องและเครื่องกระสุนจำนวนมาก​และ​อุปกรณ์เสริมชุดเกราะและอุปกรณ์ทางทหารอื่นๆ​ ทำให้​​"บิ๊กต่าย" พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ​ ​ผบ.ตร. ย้ำ "ไหวพริบ" คือกุญแจสำคัญ​ และกล่าวเชิดชูเกียรติเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม โดยระบุว่านี่คือผลลัพธ์ของความช่างสังเกตและความไม่ประมาท ซึ่งช่วยยับยั้งเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ทันท่วงที​​"การทำงานของตำรวจจราจรไม่ใช่แค่การอำนวยความสะดวกบนท้องถนน แต่คือด่านแรกในการสกรีนอาชญากรรม ครั้งนี้ สภ.นาจอมเทียน ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม ไหวพริบเพียงเล็กน้อยสามารถสร้างความปลอดภัยที่ยิ่งใหญ่ให้สังคมได้"

​เหตุการณ์ดังกล่าวขยายผลสู่เครือข่ายข้ามชาติ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการมอบหมายให้"บิ๊กนพ" พล.ต.ท. นพศิลป์​ เข้ามาคุมคดีอย่างใกล้ชิด​ และให้ฝ่ายสืบสวนประสานงานกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางของอาวุธและวัตถุประสงค์ในการครอบครองของชาวต่างชาติรายนี้อย่างละเอียด ว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติหรือแผนการสร้างสถานการณ์ใดหรือไม่

ถอด​บทเรียนจากนาจอมเทียน มาตรฐานใหม่ตำรวจโรงพัก​ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ (First Responders) ที่สามารถวิเคราะห์สถานการณ์หน้างานได้อย่างแม่นยำ ซึ่ง ผบ.ตร. เตรียมนำกรณีนี้ไปกำชับให้ทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศ ยกระดับการสังเกตการณ์และเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว
​"เพราะความปลอดภัยไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่มาจากความใส่ใจและไหวพริบของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad

เวทีข่าว DAILY 'เสรีภาพของข่าวสาร'