Type Here to Get Search Results !

AD Top





ไม่มีชื่อ

Mag [Maggazine] 0
กมธ.ป.ป.ช. สภาฯ เรียก "ดร.แก้ว" สอบปมจ่าย 5 แสน แลกโควตาเข้าเรียน ปปร.30 สถาบันพระปกเกล้า

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. ที่ ห้องประชุมกรรมาธิการ CA 311 อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร โดย นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ เป็นประธานคณะกรรมาธิการ มีกำหนดจัดประชุมเพื่อพิจารณาศึกษาเรื่อง ขอให้ตรวจสอบการคัดเลือกบุคคลเข้ารับศึกษาอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.) ของสถาบันพระปกเกล้า

สืบเนื่องจากกรณีข้อพิพาทเรื่องเงินจำนวน 5 แสนบาท เพื่อแลกกับโควตาเข้าศึกษาหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.) รุ่นที่ 30 ของสถาบันพระปกเกล้า ระหว่าง ดร.ปรเมศร์ กับ นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งก่อนหน้านี้ ดร.ปรเมศร์ ได้เข้าร้องเรียนต่อ นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ หลังส่งมอบเงินผ่านตัวแทนตำรวจยศร้อยเอก แต่กลับไม่มีชื่อเข้าเรียนและไม่ได้รับการคืนเงิน จนกระทั่งมีการแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงไว้ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ นั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้  ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ ดร.แก้ว กต.ตร.สภ.รัตนาธิเบศร์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ เข้าให้ข้อมูล 

ด้านดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ ดร.แก้ว ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนเข้าประชุมว่า วันนี้คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ. ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ได้เรียนตนเข้าชี้แจงกรณีข้อพิพาทเรื่องการร้องเรียนระหว่างตนเองกับ นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า โดยระบุว่า กมธ. เพื่อให้ข้อมูลเพื่อลำดับเหตุการณ์และชี้แจงข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว

ดร.ปรเมศร์ กล่าวว่า ในการเข้าชี้แจงครั้งนี้ ตนได้เตรียมพยานหลักฐานและเอกสารสำคัญมาอย่างครบถ้วน รวมถึงรายงานบันทึกประจำวันและหนังสือร้องเรียนที่เคยยื่นไว้ตามหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่ได้มอบให้พนักงานสอบสวนไปก่อนหน้านี้ เพื่อใช้ประกอบการตอบข้อซักถามของกรรมาธิการ นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเข้า ให้ข้อมูล ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี, ผู้กำกับการ สภ.รัตนาธิเบศร์ และทีมพนักงานสอบสวน

ดร.ปรเมศร์ เปิดเผยว่า ต้องการให้เรื่องนี้จบลงด้วยการพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาว่าใครถูกใครผิด มีการรับเงิน ส่งมอบเงินคืน หรือดำเนินคดีกันจริงหรือไม่ รวมถึงเงินจำนวนดังกล่าวหายไปอยู่ที่ใด โดยที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ ตนได้นำเรื่องไปยื่นต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจโดยตรงลงมาตรวจสอบ เนื่องจากอำนาจของ กมธ. อาจมีขอบเขตระดับหนึ่ง การพิสูจน์ที่ชัดเจนจึงต้องอาศัยองค์กรอย่าง ป.ป.ช., ป.ป.ท. หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สำหรับขั้นตอนถัดไป ตนจะเดินทางไปยื่นเรื่องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้บังคับบัญชาของสถาบันพระปกเกล้า ยื่นต่อประธานคณะกรรมการสถาบันพระปกเกล้า รวมถึงยื่นเรื่องต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของทั้งสองฝ่ายเพื่อความโปร่งใส

ทั้งนี้ ดร.ปรเมศร์ ยืนยันความมั่นใจและฝากถึงหน่วยงานราชการทุกแห่งให้เร่งดำเนินการสอบสวนตามข้อเท็จจริงโดยไม่ต้องชะลอหรือรอเวลา เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ความจริง โดยย้ำว่าตนไม่มีเจตนาทำลายล้างผู้ใด เพียงแต่ต้องการพิสูจน์ความจริง และยังคงเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทย พร้อมยินดีให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบได้อย่างเต็มที่

#ด็อกเตอร์แก้วช่วยได้

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น
* Please Don't Spam Here. All the Comments are Reviewed by Admin.

Bottom Post Ad