(21 ม.ค. 65) เพจเฟซบุ๊ก "โรงพยาบาลนครพิงค์" จังหวัดเชียงใหม่ ที่โพสต์ภาพก้อนนิ่วขนาดใหญ่ในทางเดินปัสสาวะ โดยระบุว่า “ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะบ่อยๆ อย่าละเลย อาจมีสาเหตุจากนิ่วในทางเดินปัสสาวะ
อาการปัสสาวะแสบขัด หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบนั้น เป็นอาการที่พบได้บ่อย หลายคนอาจจะไปพบแพทย์หรือซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง ซึ่งอาการก็มักจะดีขึ้นและรักษาหายได้ไม่ยาก แต่หากมีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะซ้ำๆ กินยาแล้วไม่ดีขึ้น อย่าละเลย เพราะอาจจะมีสาเหตุจากนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะได้ เช่นกรณีผู้ป่วยรายนี้ เป็นผู้ป่วยชายอายุ 76 ปีมีอาการปัสสาวะแสบขัด ปวดท้องน้อย มีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะหลายครั้ง ส่งมารักษาที่แผนกศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ
โรงพยาบาลนครพิงค์ ตรวจเอกซเรย์พบว่ามีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลางเกือบ 10 เซนติเมตร ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะจึงได้ทำการผ่าตัดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะออก พบว่านิ่วมีขนาดใหญ่น้ำหนักเกือบครึ่งกิโลกรัม หลังผ่าตัดผู้ป่วยปัสสาวะโล่งดี ไม่พบการติดเชื้อแล้ว
โรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ พบได้ราวๆ 3-5% ของผู้ป่วยนิ่วในทางเดินปัสสาวะทั้งหมด โดยสถิติผู้ป่วยนอกของรพ.นครพิงค์ในปี 2564 พบว่ามีผู้ป่วยนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ 240 ราย (นิ่วทางเดินปัสสาวะรวมทุกชนิด 7,451 ราย) โดยโรคนี้เกิดได้ 2 รูปแบบ คือ
1.เกิดจากการเป็นนิ่วในไตมาก่อนแล้วเลื่อนหลุดลงมาสะสมเพิ่มขนาดในกระเพาะปัสสาวะ
2.เกิดในกระเพาะปัสสาวะเอง ซึ่งในกรณีนี้มักพบร่วมกับโรคหรือภาวะที่ทำให้ขับปัสสาวะได้ไม่หมด เช่น ต่อมลูกหมากโต กระเพาะปัสสาวะพิการจากระบบประสาท ท่อปัสสาวะตีบ เป็นต้น
ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะ กะปริดกะปรอย ปัสสาวะแสบขัด ปวดท้องน้อย ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะเป็นเลือด หากตรวจปัสสาวะอาจพบเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวที่บ่งชี้ถึงการติดเชื้อ การวินิจฉัยนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ สามารถทำได้จากการตรวจทางรังสี เช่น เอกซเรย์ อัลตราซาวด์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และการส่องกล้อง
การรักษานิ่วในกระเพาะปัสสาวะในปัจจุบัน สามารถทำได้ทั้งการผ่าตัดส่องกล้องทางท่อปัสสาวะซึ่งเหมาะกับนิ่วที่มีขนาดไม่เกิน 2.5 เซนติเมตร การส่องกล้องทางหน้าท้อง และการผ่าตัดแบบเปิดซึ่งเหมาะกับนิ่วที่มีขนาดใหญ่ รวมไปถึงการรักษาโรคร่วมที่เป็นสาเหตุให้เกิดนิ่ว เช่น โรคต่อมลูกหมากโต ท่อปัสสาวะตีบ เพื่อป้องกันโอกาสที่จะเกิดนิ่วซ้ำ
หากท่านมีอาการข้างต้น หรือมีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะซ้ำๆ ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง แนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุของโรคและให้การรักษาที่เหมาะสมกับโรคต่อไป”

.jpg)



![Mag [Maggazine]](http://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgTHVp1VT4sRzOH8tcJ3nFvoUJCxIHMFBoYiHqDLxJfLDDRljJvQb6BzSZeBiS5uWVtDMYceNU0DWBEy_z9qK1WgEU-MR-Yrupy-2sxxtjWggq8Ijoo0blIfY40J6iZLW_7wam0JjSdDp_eYc60vn45JAeYMzZyqSVJkoJpUvYnPsVq5Q/w72-h72-p-k-no-nu/1751010385007.jpg)










.jpg)
.jpg)


.jpg)










.jpg )













.jpg )